แผนปฏิบัติการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. 2558-2559

ยุทธศาสตร์ที่ 2 อนุรักษ์ และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ

2.3 แผนปฏิบัติการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ
ตัวชี้วัด

1 จำนวนนโยบาย และแผนในระดับต่างๆ ที่ได้รับการผนวกเรื่องการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ

2 มีเครื่องมือ กลไก กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อปกป้องคุ้มครอง อนุรักษ์ เฝ้าระวัง รักษา ระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ

3 พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติของประเทศไทยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ หรือแรมซาร์ไซต์เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5 แห่ง

4 จำนวนระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำที่ได้รับการยกระดับให้มีสถานภาพดีขึ้นกว่าเดิม

5 จำนวนจังหวัดที่มีทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำของจังหวัด


แนวทางปฏิบัติ แผนงาน/โครงการ ผลการดำเนินงาน
2.3.1.1 สนับสนุนให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดทำแผนการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ และระดับชาติ พร้อมทั้งผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำแผนไปผสานสอดแทรกเข้าสู่นโยบายและแผนในระดับจังหวัด ท้องถิ่น และชุมชน 1. ส่งเสริมให้การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำเป็นวาระแห่งชาติ
2. จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อการบูรณาการความหลากหลายทางชีวภาพ/พื้นที่ชุ่มน้ำ ในระดับนโยบายและแผนแต่ละภาคส่วน
2.3.1.2 จัดทำและสนับสนุนการดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติที่ดีสำหรับการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ 1. การจัดทำคู่มือมาตรฐานการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ
2. โครงการวางแผนการใช้ที่ดินเพื่อส่งเสริมการใช้พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างยั่งยืน
3. การรวบรวมแนวทางปฏิบัติที่ดีในการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างชาญฉลาด
2.3.1.3 ผลักดันให้ประเด็นความหลากหลายทางชีวภาพอยู่ในหลักเกณฑ์การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อคุ้มครองพื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่สำคัญทางความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ 1. ศึกษาและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติและระดับนานาชาติ จำนวน 5 แห่ง
2. ศึกษาผลกระทบของการขุดลอกหรือการดำเนินการใดๆ ที่อาจส่งผลเสียที่มากกว่าการได้แค่พื้นที่เก็บกักน้ำ โดยมีแผนการบริหารจัดการน้ำที่ได้มา รูปแบบการขุดลอกที่จะอนุรักษ์ระบบนิเวศ รูปแบบการพัฒนาแหล่งน้ำบางแห่งที่อยู่ใกล้ชุมชนให้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจหรือให้สามารถใช้ประโยชน์ได้สูงสุด
2.3.1.4 ผลักดันให้มีการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2552 เรื่อง ทะเบียนรายนามพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ และระดับชาติของประเทศไทย และมาตรการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ 1. จัดทำขอบเขตพื้นที่ชุ่มน้ำพร้อมแนวกันชนโดยประชาชนมีส่วนร่วม
2. ติดตามการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชุ่มน้ำที่ได้รับการพัฒนาในรูปแบบต่างๆ เพื่อกำหนดขอบเขตการพัฒนาพื้นที่ชุ่มน้ำให้อยู่ในความสมดุล
3. การติดตามผลการดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2552
4. การสำรวจและจัดทำทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำระดับจังหวัดทุกจังหวัด
2.3.1.5 ผสานการดำเนินกิจกรรมของหน่วยงานองค์กรพัฒนาเอกชน และชุมชนที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกันเพื่อผลักดันให้สามารถลดการสูญเสียระบบนิเวศ เช่น พื้นที่ชุ่มน้ำ ระบบนิเวศเกษตรบนพื้นที่สูง 1. ส่งเสริมบทบาทสตรีท้องถิ่นในการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ
2. ส่งเสริมบทบาทของชุมชนที่อนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำในท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิผล
3. ส่งเสริมความเข้าใจเรื่องมูลค่าบริการจากพื้นที่ชุ่มน้ำในเรื่องน้ำ การเกื้อกูลต่อสุขอนามัย และการกินดีอยู่ดี ตลอดจนความผาสุกของชุมชนที่เกี่ยวข้อง
2.3.1.6 ส่งเสริมให้มีการจัดทำแผนการบริหารจัดการพื้นที่โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน ควบคู่ไปกับการประเมินสถานภาพ/ศักยภาพในแต่ละระบบนิเวศที่มีความสำคัญและศึกษาผลกระทบให้ครอบคลุมทุกมิติ 1. วางรูปแบบและกฎเกณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับชุมชน ท้องถิ่นในการเฝ้าระวังรักษาระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ - จัดทำแผนยุทธศาสตร์/แผนการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำระดับจังหวัด - ศึกษาการเกิดโรคในคนที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชุ่มน้ำ รวมทั้งพฤติกรรมเสี่ยงของประชาชนที่สัมพันธ์กับโรค ได้แก่ โรคพยาธิใบไม้ในตับ โรคพยาธิใบไม้ในเลือด โรคฉี่หนู และโรคที่เกิดจากแมลงพาหะนำโรคอื่นๆ เช่น ไข้เลือดออก มาลาเรีย เป็นต้น
2. ติดตามประเมินผลการดำเนินงานเพื่อเฝ้าระวังระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ
2.3.1.7 ส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือการป้องกันและติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังกิจกรรมและการใช้ประโยชน์ในระบบนิเวศต่างๆ 1. ส่งเสริมการศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการพัฒนาของมนุษย์
แนวทางปฏิบัติ แผนงาน/โครงการ ผลการดำเนินงาน
2.3.2.1 ดำเนินงานตามพันธกรณี โปรแกรมงาน ข้อมมติของสมัชชาภาคี และการริเริ่มของอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ และอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ 1. ติดตามตรวจสอบสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศหรือแรมซาร์ไซต์
2. จัดตั้งเครือข่ายพื้นที่ชุ่มน้ำระดับชาติ - สนับสนุนให้มีการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่แรมซาร์ไซต์ ตลอดจนจัดทำมาตรฐานการท่องเที่ยวในพื้นที่ชุ่มน้ำ
3. ฟื้นฟูระบบพื้นที่ชุ่มน้ำและปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อสร้างแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ - หนองเล็งทราย หนองฮ่าง กว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา - หนองกอมเกาะ จังหวัดหนองคาย - เขตห้ามล่าสัตว์ป่าดูนลำพัน จังหวัดมหาสารคาม - เขตห้ามล่าสัตว์ป่าวัดไผ่ล้อม จังหวัดปทุมธานี - เขตห้ามล่าสัตว์ป่าตาลเอน และพื้นที่ชุ่มน้ำทุ่งมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา - เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองแวง จังหวัดชัยภูมิ - เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองหัวคู จังหวัดหนองบัวลำภู - เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบ จังหวัดสงขลา
2.3.2.2 นำเสนอให้พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญเป็นแรมซาร์ไซต์ (Ramsar site) และจัดทำแผนการจัดการอย่างมีส่วนร่วม กำหนดเขตอนุรักษ์/เขตการใช้ประโยชน์ พร้อมทั้งจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลการบริหารจัดการแรมซาร์ไซต์ เฉพาะแห่ง 1. เสนอพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (แรมซาร์ไซต์) อย่างน้อยปีละ 3 แห่ง
2. การสำรวจ จำแนกและจัดทำฐานข้อมูลทะเบียนชื่อพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับท้องถิ่น
3. การวางแผนการใช้ที่ดินเพื่อบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ ที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ
4. จัดทำผังเมืองรวม/ผังเมืองเฉพาะเพื่อกำหนดให้พื้นที่ชุ่มน้ำธรรมชาติเป็นพื้นที่เขียวหรือพื้นที่อนุรักษ์
5. จัดทำแผนการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์สำหรับพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศอย่างยั่งยืน โดยมีการแบ่งเขตการใช้ประโยชน์พื้นที่เป็นเขตพัฒนา เขตอนุรักษ์ พร้อมทั้งกำหนดแนวกันชนพื้นที่ และกิจกรรมที่สามารถกระทำได้และห้ามกระทำในพื้นที่ ปีละ 2 แห่ง
2.3.2.3 สำรวจพื้นที่ชุ่มน้ำเพิ่มเติมทั้งกายภาพและชีวภาพ และสังคมเศรษฐกิจเพื่อทบทวน และปรับปรุงทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญของประเทศไทยและทบทวนแก้ไข เพื่อเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถปกป้องคุ้มครองพื้นที่ชุ่มน้ำ ได้อย่างมีประสิทธิผล 1. ปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อคุ้มครองพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างมีประสิทธิผล
2. ติดตามตรวจสอบสถานภาพและจัดทำขอบเขตพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับท้องถิ่นทั่วประเทศ
3. สำรวจและจัดทำทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับท้องถิ่น ประเภทหนอง บึง พรุ ในแต่ละลุ่มน้ำ
4. ประเมินสถานภาพทางประชากรและการแพร่กระจายของนกน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทยเพื่อกำหนดกรอบด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากร
5. ศึกษาผลกระทบของสภาวะโลกร้อนต่อการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ การเปลี่ยนแปลงประชากรและการสร้างรังวางไข่ของนกน้ำในประเทศไทยในพื้นที่ชุ่มน้ำ
6. ทบทวนสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำทั่วประเทศ
7. สำรวจสถานภาพพื้นที่พรุ/หนองบึงน้ำจืดในประเทศไทย
8. ศึกษาชนิดและประชากรนกน้ำและนกอพยพในพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญเร่งด่วนในการศึกษา - เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขื่อนป่าสัก - พื้นที่ชุ่มน้ำที่เป็นเกาะต่างๆ ในภาคใต้ - พื้นที่ชุ่มน้ำลุ่มแม่น้ำมูล - พื้นที่ชุ่มน้ำลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง - พื้นที่ชุ่มน้ำที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่าง - พื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำยม - พื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำเวฬุ และอ่าวคุ้งกระเบน
9. ศึกษาประชากรนกอพยพในพื้นที่ชุ่มน้ำที่อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์
10. ปรับปรุงและจัดทำข้อมูลพื้นที่ชุ่มน้ำเพื่อทบทวนและปรับปรุงทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ โดยใช้ภาพถ่ายออร์โธสีร่วมกับภาพถ่ายทางดาวเทียม
11. ศึกษาผลกระทบของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การใช้พื้นที่ต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพในพื้นที่ชุ่มน้ำบึงบอระเพ็ด
2.3.2.4 ผสานการดำเนินกิจกรรมของหน่วยงานองค์กรพัฒนาเอกชน และชุมชนที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ชุ่มน้ำเข้าด้วยกัน เพื่อผลักดันให้สามารถลดการสูญเสียระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำลงอย่างมีนัยสำคัญภายในปี พ.ศ. 2560 1. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างองค์กรพัฒนาเอกชนเพื่อเสนอผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ชุ่มน้ำตลอดจนการแลกเปลี่ยนปัญหาและประสบการณ์ในการทำงาน
2. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคประชาชนเป็นผู้เสนอพื้นที่ชุ่มน้ำขึ้นทะเบียนเป็นแรมซาร์ไซต์
3. อนุรักษ์ ปรับปรุงและฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับท้องถิ่น ประเภท หนอง บึง และพรุโดยไม่กระทบต่อระบบนิเวศธรรมชาติดั้งเดิม